อาคารหน้าจั่วสไตล์ยุโรปแบบเก่า รอบๆโกรตมาร์ก.

หลังเบียร์ผสมสมุนไพรสูตรพิเศษสีต่างๆแก้วที่ 3 ที่โรงเบียร์ GRUUT ในเมืองเกนท์ปิดฉากลงเป็นการอุ่นเครื่องรองท้องเรียบร้อย คุณลุงโจฮัน ก็พาพวกเรา 13 ชีวิตใน คณะ Belgium FAM trip ของ การบินไทย และ Flanders State of the art เดินตัดถนนผ่าน The Belfry Tower เพื่อไปรับประทานอาหารค่ำต่อก่อนที่พวกเราจะโบกมืออำลาเกนท์เพื่อต่อไปยังแอนท์เวิร์ป

เรามาถึงแอนท์เวิร์ปราวสี่ทุ่ม ผู้คนบนถนนเริ่มซาลง แต่ไฟแสงสีบนท้องถนนและร้านอาหาร ที่อยู่ตามรายทางดูจะมีความเป็นเมืองสมัยใหม่มากกว่าบรูจจ์และเกนท์ที่เราเพิ่งผ่านมา

เยี่ยมบ้าน...“รูเบนส์” กับตำนานยักษ์ใน“แอนท์เวิร์ป”
เยี่ยมบ้าน...“รูเบนส์” กับตำนานยักษ์ใน“แอนท์เวิร์ป”

...

แอนท์เวิร์ปเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของยุโรปตะวันตกในปลายศตวรรษที่ 15 และยังเป็นเมืองท่าที่สำคัญ เพราะตัวเมืองอยู่ติดกับแม่น้ำใหญ่ แอนท์เวิร์ปเคยเป็นเมืองท่าที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากลอนดอนและนิวยอร์ก และปัจจุบันก็ยังมีชื่อติดอันดับว่าเป็นเมืองท่าใหญ่อันดับต้นๆของโลก

เราเข้าพักที่โรงแรม Hyllit ไม่ไกลจากสถานีรถไฟแอนท์เวิร์ป หรือ Central Station คล้ายๆหัวลำโพงบ้านเรา และพรุ่งนี้เรามีนัดกับ “รูเบนส์” จิตรกรที่ได้ชื่อว่าทรงอิทธิพลที่สุดในช่วงต้นศตวรรษที่ 17

เยี่ยมบ้าน...“รูเบนส์” กับตำนานยักษ์ใน“แอนท์เวิร์ป”
เยี่ยมบ้าน...“รูเบนส์” กับตำนานยักษ์ใน“แอนท์เวิร์ป”

บ้านของ รูเบนส์ ที่ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์บ้านรูเบนส์ในแอนท์เวิร์ปหลังใหญ่โตราวกับพระราชวัง สมกับที่เขาเป็นจิตรกรที่ร่ำรวยที่สุดในยุโรป ภายในบ้านจัดแสดงภาพเขียนซึ่งเข้าใจว่าบางชิ้นน่าจะเป็นของที่วาดขึ้นใหม่ ร่ำลือกันว่า รูเบนส์ เป็นจิตรกรคนแรกๆในยุคสมัยก่อนที่เปิดสตูดิโอรับงานเขียนภาพจากบรรดากษัตริย์ ราชินี ขุนนางและคนร่ำรวย ในสมัยก่อน จนได้รับการยกย่องให้เป็นจิตรกรในราชสำนัก มีเรื่องเมาท์กันสนุกปากว่า บางครั้งภาพเขียนของเขา รูเบนส์ เพียงแค่ร่างภาพ จัดองค์ประกอบ กำหนดสี จากนั้นก็ให้ลูกศิษย์นำไปขยายและลงสีบนผืนผ้าใบ เมื่อเขียนเสร็จเขาก็แค่ลงชื่อกำกับ ทำให้ภาพนั้นสามารถขายได้ในราคาแพง ประหนึ่งว่าเขาเป็นผู้ลงสีและจรดปลายพู่กันเอง

เดินจาก พิพิธภัณฑ์บ้านรูเบนส์ ไปไม่ไกลก็จะถึง ลานเกรินปลาตส์ เห็นอนุสาวรีย์ของรูเบนส์ยืนตระหง่าน หนุ่มสาวหลายคู่แวะเวียนมาพลอดรักกันแถวนี้ ตอนที่เราไปยืนถ่ายรูปมีนกตัวเล็กๆมาเกาะที่ศีรษะของรูเบนส์พอดี ดูน่ารักไปอีกแบบ

เยี่ยมบ้าน...“รูเบนส์” กับตำนานยักษ์ใน“แอนท์เวิร์ป”
เยี่ยมบ้าน...“รูเบนส์” กับตำนานยักษ์ใน“แอนท์เวิร์ป”

...

ไม่ไกลจากเกรินปลาตส์ เป็นที่ตั้งของมหาวิหารแห่งแอนท์เวิร์ป (Cathedral of our Lady) ที่ได้ชื่อว่าเป็นมหาวิหารแบบโกธิคที่ใหญ่ที่สุดในเบลเยียม เราเดินเข้าไปในมหาวิหาร แม้จะไม่เข้มขลังเท่ามหาวิหารเซนต์ บราโว ที่เมืองเกนท์ ซึ่งเป็นแบบโกธิคเหมือนกัน แต่ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนัก โดยเฉพาะภาพเขียนของ รูเบนส์ซึ่งถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของคนเมืองนี้ ประดับประดา อยู่ภายในมหาวิหารหลายภาพ ภาพที่สำคัญที่สุดคือ ภาพยกกางเขน ที่ถือว่าเป็นผลงานชื่อก้องอีกชินหนึ่งของรูเบนส์ นอกจากนี้ภายในมหาวิหารยังมีแท่นบูชาประดับด้วยหินอ่อนแกะสลัก ซึ่งไกด์บอกว่า มีหินอ่อนบางชิ้นหายไปตั้งแต่สมัยที่นโปเลียนบุกมาที่นี่

ออกจากมหาวิหารแห่งแอนท์เวิร์ป เดินลัดเลาะตามตรอกเล็กๆที่ปูด้วยหินโบราณ ไม่ถึงอึดใจเราก็มาโผล่ที่โกรตมาร์ก (Grote Markt) ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง หรือ town hall ซึ่งเป็นอาคารเก่าแก่อายุหลายร้อยปี และถือว่าเป็นอาคารที่สวยที่สุดในบริเวณจัตุรัสแห่งนี้ รอบๆโกรตมาร์ก เป็นอาคารแบบหน้าจั่ว สไตล์ยุโรป เป็นที่ตั้งของสมาคมต่างๆ ตรงกลางลานมีน้ำพุและรูปหล่อ Brabo Fountain กำลังขว้างมือยักษ์

เยี่ยมบ้าน...“รูเบนส์” กับตำนานยักษ์ใน“แอนท์เวิร์ป”

...

เยี่ยมบ้าน...“รูเบนส์” กับตำนานยักษ์ใน“แอนท์เวิร์ป”

เรื่องของยักษ์กับเมืองแอนท์เวิร์ปนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งตำนานที่น่าสนใจ เรื่องมีอยู่ว่า ยักษ์ชื่อ ดรู-โอน อันติโกน อาศัยอยู่ใกล้ๆแม่น้ำสเกลท์ คอยเก็บส่วยหรือค่าผ่านทางจากนักเดินเรือที่ใช้เส้นทางสัญจรผ่านแม่น้ำสเกลท์ หากนักเดินเรือคนใดไม่ยอมจ่ายค่าผ่านทางก็จะถูกยักษ์จับตัดมือและโยนมือทิ้งแม่น้ำ ต่อมา ซิลวิอุส บราโบ ทหารโรมันผู้กล้าหาญ ไม่พอใจกับการกระทำของยักษ์ ดรูโอน อันติโกน จึงวางแผนฆ่ายักษ์และตัดมือของยักษ์ทิ้งลงในแม่น้ำ เหมือนกับที่ยักษ์เคยทำกับนักเดินเรือผู้โชคร้ายที่ผ่านๆมา ต่อมาบริเวณนี้ได้กลายเป็นเมืองใหญ่ มีการเรียกชื่อเมืองนี้ว่า Hand Werpen แปลว่าโยนมือลงแม่น้ำ และต่อมาได้กลายมาเป็นชื่อเมืองว่า Antwerpen ต่อมาจึงเพี้ยนมาเป็นแอนท์เวิร์ป และมือก็ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของเมือง จึงไม่ต้องแปลกใจที่จะเห็น รูปปั้นมือ ช็อกโกแลตรูปมือ เต็มไปหมดในเมืองนี้

นอกจากวาฟเฟิล ช็อกโกแลตแล้ว ความภูมิใจอีกอย่างหนึ่งของแอนท์เวิร์ป คือการเป็นศูนย์กลางของการเจียระไนเพชร ไกด์ร่างยักษ์ของเราบอกว่า ผู้คนมักคิดว่า อัมสเตอร์ดัมคือแหล่งใหญ่ที่สุดของเพชร แต่เพชรเม็ดงาม ที่ผ่านการเจียระไนได้อย่างมีเหลี่ยม มีคม กว่าครึ่งหนึ่งของเพชรในตลาดโลกล้วนไปจากเมืองแอนท์เวิร์ปทั้งสิ้น

...

เยี่ยมบ้าน...“รูเบนส์” กับตำนานยักษ์ใน“แอนท์เวิร์ป”
เยี่ยมบ้าน...“รูเบนส์” กับตำนานยักษ์ใน“แอนท์เวิร์ป”

ถนนแมร์ที่ทอดยาวตัดผ่านตรงไปยังสถานีรถไฟเซ็นทรัล สเตชั่น เป็นย่านการค้าสำคัญของแอนท์เวิร์ป มีร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์ดังๆ รวมไปถึงร้านเสื้อผ้าวัยรุ่น หลายร้านเป็นแบรนด์ของเบลเยียมที่มีดีไซน์เฉพาะแบบ เพราะนอกจากจะเป็นเมืองของการเจียระไนเพชรแล้ว แอนท์เวิร์ปยังมีสถาบันสอนการออกแบบ และสถาบันสอนแฟชั่นดีไซน์หลายแห่ง ที่ดีไซเนอร์จากยุโรปหลายประเทศเดินทางมาร่ำเรียนจนจบไปเป็นดีไซเนอร์ชื่อดังของยุโรปไม่น้อย

นอกจากนี้ยังมีกระเป๋าแบรนด์ DELVAUX ซึ่งเทียบชั้นได้กับ หลุยส์ วิตตอง ของฝรั่งเศสไม่ว่าจะเป็นด้วยการดีไซน์หรือราคา แอบโฉบไปดูบางใบที่โชว์ไว้ในตู้ แค่ใบเล็กๆราคาแสนกว่าๆ เลยต้องรีบคว้ากล้องขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ เผื่อไปเดินโฉบเฉี่ยวที่ไหนเห็นคนถือ DELVAUX จะได้รู้ว่าเป็นเศรษฐีตัวเป็นๆจริงๆ

เยี่ยมบ้าน...“รูเบนส์” กับตำนานยักษ์ใน“แอนท์เวิร์ป”

ช่วงบ่ายหลายคนแยกไปดูโรงงานเจียระไนเพชร แต่เราขอไปโฉบเฉี่ยวเดินดูบ้านเมืองอีกสักรอบตามประสาคนชอบศิลปวัฒนธรรม แวะหาอะไรรองท้องที่ร้านอาหารซึ่งเคยเป็นโรงละครเก่า อาหารรสชาติดีราคาไม่แพง แถมยังเสิร์ฟไวน์แดง ไวน์ขาวในราคาเท่ากับน้ำเปล่า ถึงจะเป็นแค่เทเบิลไวน์ แต่ก็ช่วยให้เลือดลมในกายสูบฉีด เตรียมพร้อมไปตะลุยบรัสเซลส์ บ้านเกิดของสเมิร์ฟและติน ติน

เติมเต็มความฝันและจินตนาการที่ไม่เคยหยุดนิ่งกันต่อ......!!!!!!