เรดดี้แพลนเน็ต เผย .company , .clothing เทรนด์ใหม่นามสกุลเว็บไซต์สุดฮิต ชี้อีกไม่ได้นานได้เห็น .hotel , .app , .fashion เป็นดาวรุ่ง มุ่นใจการเปลี่ยนนามสกุลเว็บไม่ใช่เรื่องยากของผู้ใช้เน็ตชาวไทย…

นายทรงยศ คันธมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต จำกัด ผู้ให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูปและโดเมนเนม เปิดเผยว่า เมื่อช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ทั่วโลกมีการจดโดเมนเนมเพื่อใช้งานราว 271 ล้านชื่อ โดย .com มีจำนวนสูงสุด กว่า 110 ล้านชื่อ ซึ่งมีเว็บไซต์ดอทคอมจำนวนมากที่ถูกจดทะเบียนเอาไว้เก็งกำไรเพื่อการซื้อขายทางธุรกิจเท่านั้น โดยกว่าครึ่งของจำนวนโดเมนเนมทั่วโลกนั้น นามสกุล (Top Level Domain) .com , .net , .org มีผู้นิยมจดทะเบียนเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะองค์กรที่ต้องมีการติดต่อระหว่างประเทศ จึงกลายเป็นนามสกุลที่มีการใช้งานในรูปแบบที่ค่อนข้างเป็นสากล

"ปัญหาคือ .com ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จึงกลายเป็นปัญหาทางธุรกิจเพราะเมื่อเลือกและต้องการจดทะเบียนกลับไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้ต้องเปลี่ยนไปใช้ชื่อเว็บไซต์ที่ยาวขึ้น ซึ่งทำให้เกิดการจดจำยากขึ้นด้วย ดังนั้น การจดชื่อนามสกุลของเว็บไซต์ได้หลากหลายขึ้นจะถือเป็นการเปิดประตูโลกอินเทอร์เน็ต เพราะช่วยในการสร้างแบรนด์ ได้ชื่อที่จดจำได้ง่าย ซึ่งมีส่วนสำคัญในการค้นหาผ่านเสิร์ชเอนจิ้นด้วย"

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เรดดี้แพลนเน็ต กล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทยมีการจดโดเมนเนมทั้งหมด 22 นามสกุล เช่น .com , .net , .org เป็นต้น รวมทั้งสิ้น 171,000 รายชื่อ และจดเป็นนามสกุล .th อาทิ .co.th , .go.th และอื่นๆ อีกกว่า 63,000 รายชื่อ

ทั้งนี้ รูปแบบการจดชื่อเว็บไซต์สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ในปัจจุบัน ได้แก่ การจดทะเบียนโดยใช้ชื่อแบรนด์ เช่น saran.com , sakchai.com และการใช้ชื่อลักษณะธุรกิจ เช่น book.com , restuarant.com แต่รูปแบบการจัดทำนามสกุลใหม่ให้เว็บไซต์ จะใช้การผสานระหว่างชื่อแบรนด์เข้ากับลักษณะธุรกิจ เช่น www.sakura.house , www.saran.coffee เป็นต้น

...

รู้หรือยัง เทรนด์เว็บกำลังจะเปลี่ยน! ชื่อใหม่เปิดโอกาสพ่วงท้ายตัวตน


นายทรงยศ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่เดือน มี.ค.-ก.ค.ของปีนี้ มีการจดทะเบียนเว็บไซต์ด้วยนามสกุลแบบใหม่ ไปแล้วกว่า 1.4 ล้านชื่อทั่วโลก ส่วนสถิติการจดโดเมนเนมของไทยนั้น ในระยะดังกล่าวพบว่ามีการจดทะเบียนไปแล้วกว่า 2,100 นามสกุล อาทิ .club , .today , .guru , .center , .land เป็นต้น โดยค่าจดทะเบียนโดเมนเนมในไทยอยู่ที่ประมาณ 450-1,100 บาท ส่วนนามสกุลที่ได้รับความนิยมในไทย คือ .company , .clothing ซึ่งเริ่มมีการจดทะเบียนแล้ว นอกจากนี้ยังมี .hotel , .app , .fashion ที่คาดว่ากำลังจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ และจะได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากเป็นเทรนด์ของธุรกิจด้วย

"เทรนด์ของโลกเว็บไซต์กำลังเคลื่อนเข้าสู่นามสกุลใหม่ๆ แม้จะต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งกับการทำความเข้าใจและรู้จัก ซึ่งเชื่อว่าเทรนด์การรับรู้ของผู้บริโภคจะสอดคล้องไปกับการใช้งาน แต่คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ประเทศไทยจะมีจำนวนโดเมนเนมถูกจดทะเบียนมากกว่า 10,000 รายชื่อ และเกิน 2 ล้านรายชื่อทั่วโลก"

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนธุรกิจมากกว่า 3 ล้านราย แต่มีเว็บไซต์เพียง 10% ซึ่งเชื่อว่าการมีนามสกุลใหม่ๆ จะทำให้เอสเอ็มอีและภาคธุรกิจเกิดความสนใจ เพื่อต้องการทำเว็บไซต์ให้ตรงกับสินค้า บริการ หรือท้องถิ่นของธุรกิจ ซึ่งแนวโน้มการเติบโตของการจดทะเบียนโดเมนเนมในไทยนั้นที่ผ่านมามีการเติบโตราว 5-7% เชื่อว่าการเปิดตัวนามสกุลใหม่ๆ นี้ จะสนับสนุนให้การใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมากขึ้น และยังส่งผลให้การค้าออนไลน์มากขึ้นด้วย เพราะรูปแบบของโดเมนเนมใหม่นี้ออกมาเพื่อกระตุ้นการค้าออนไลน์ ส่วนการเปิดร้านค้าออนไลน์บนโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้นถือเป็นการเริ่มต้นการค้าออนไลน์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีลูกค้าอยู่แล้ว แต่หากเป็นการค้าขายในระยะยาวนั้นเชื่อว่าวันหนึ่งผู้ประกอบการก็จะหามาสร้างเว็บไซต์ของตนเอง เพื่อเป็นช่องทางติดต่อกับลูกค้าและแสดงตัวตนที่น่าเชื่อถือ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เรดดี้แพลนเน็ต กล่าวด้วยว่า ในฐานะผู้ให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป โฆษณาออนไลน์ การอบรมให้ลูกค้ามีความรู้ทางธุรกิจออนไลน์ และการเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดออนไลน์ให้บริษัทขนาดใหญ่ ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าใช้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูปและจดทะเบียนโดเมนเนมราว 14,000 เว็บไซต์ ซึ่งบริษัทยังคงสนับสนุนผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าสู่ธุรกิจออนไลน์เป็นหลัก โดยปีที่ผ่านมาเติบโตราว 50% จากสถานการณ์ต่างๆ ภายในประเทศไทย โดยเฉพาะด้านออนไลน์ถือว่าได้รับผลกระทบไม่มากนัก และด้วยทิศทางธุรกิจออนไลน์ที่ยังคงเติบโตในขณะนี้ จึงคาดว่าบริษัทจะสามารถเติบโตได้กว่า 50% ในปีนี้.