หนึ่งเรื่องราวที่ผู้คนทั่วโลกยังจดจำไม่รู้ลืม หนึ่งเหตุการณ์ที่ภาพยังคงปรากฏเรื่อยมา ภาพรถเบนซ์ที่เสียหายภายในอุโมงค์ของประเทศฝรั่งเศส กองดอกไม้หน้าพระราชวังที่สูงท่วมหัว ผู้คนนับหลายล้านคนทั่วโลกรอไว้อาลัยผ่านหน้าจอครั้งสุดท้าย...
ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียล โดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูนจะทบทวนเพื่อระลึกถึงเธอกันอีกครั้ง เจ้าหญิงแห่งเวลส์ เจ้าหญิงไดอาน่า
ชีวิตพระองค์ก็เปรียบเช่นเรื่องในเทพนิยาย หัวใจของหญิงสาวที่ไม่เคยเอาชนะความรักได้ตลอดพระชนม์ชีพ ยิ่งช่วงหลังๆ ของชีวิตคู่ที่เต็มไปด้วยการเชือดเฉือนประชด ประชัน และนำมาสู่การหย่าร้างในที่สุด

“สงครามแห่งเวลส์” สถานการณ์ขณะนั้นถูกสื่อมวลชนเรียกขานเช่นนี้ ความสัมพันธ์ทั้งเจ้าหญิงและเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์หลังมีพระโอรสองค์ที่ 2 นั้นเต็มไปด้วยข่าวทั้งจริงและลวง และมุ่งทำร้ายกัน บ้างก็ว่าชีวิตรักนั้นร้าวรานตั้งแต่เมื่อเข้าสู่ปีที่ 5 สื่อประโคมข่าวความสัมพันธ์ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์กับคามิลล่า ปาร์กเกอร์ โบลส์ คู่ขนานไปกับข่าวลือของเจ้าหญิงไดอาน่าและชายอื่น
กลางเดือนสิงหาคมเจ้าหญิงประทานสัมภาษณ์ เปิดเผยความในใจอย่างหมดเปลือก
“ฉันต้องการเป็นราชินีในดวงใจของทุกๆคน แต่ก็ยังมองไม่เห็นภาพนั้น และคิดว่ามีอีกหลายคนที่ไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น หลายคนที่กล่าวมานั้นรวมถึงสถาบันที่ฉันสมรสด้วย”
...

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ควีนเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าฟ้าชายฟิลิป ทรงสิ้นสุดความอดทน มีพระราชสาส์นแนะนำให้ทั้งสองหย่าจากกัน นัยหนึ่งเป็นที่ทราบกันว่าไม่ปลื้มกับสะใภ้นัก เจ้าหญิงไดอาน่าสูญเสียฐานันดรศักดิ์ทั้งหมด เจ้าชายวิลเลียมกล่าวกับพระมารดาของพระองค์ว่า เมื่อใดที่ขึ้นครองราชย์ พระองค์จะสถาปนาให้เจ้าหญิงไดอาน่ากลับมาเป็นยิ่งกว่าสมเด็จเจ้าฟ้าหญิง
หนังสือชีวประวัติเรื่อง The Diana Chronicles ที่เขียนขึ้น โดย ทีน่า บราวน์ อดีตบรรณาธิการนิตยสารดังอย่างนิวยอร์กเกอร์ เรื่องราวที่รับรู้กันในวงกว้างทั้งหมดนั้นห่างไกลความจริงในหลายๆเรื่อง เธอเชื่อว่าทั้งสองล่วงละเมิดประเพณี โดยทั้งคู่นั้นมีความสัมพันธ์กันบนตู้รถไฟพระที่นั่งก่อนจะถึงพิธีอภิเษกสมรส รวมถึงที่คนเชื่อกันว่า ตลอดช่วงเวลาในระยะหลังที่แต่งงานกันเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์นั้นใจร้ายกับเจ้าหญิง แต่นั่นเป็นเพราะความรักที่ต่างวัยกันและที่สำคัญเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ก็ยังมีผู้หญิงอีกคนซ่อนอยู่ในใจเสมอ และที่เจ้าหญิงไดอาน่านั้นเจ้าแง่แสนงอน และเอาแต่ใจตัวเองเพื่อโหยหาความรักจากเจ้าชายอยู่ไม่น้อย

หนังสือเล่มนี้ถูกรวบรวมข้อมูลนานนับปีตั้งแต่ก่อนเจ้าหญิงจะเสียชีวิต มีโอกาสได้สัมภาษณ์เจ้าหญิงไดอาน่าในนิวยอร์ก และสัมภาษณ์ บุคคลแวดล้อมอีกราว 250 คน
เส้นทางรักที่เปลี่ยนทั้งโลกของพระองค์เริ่มต้นที่การหย่าที่โด่งดังที่สุดของราชวงศ์ เมื่อเจ้าหญิงไดอาน่าเชื่อว่า ครอบครัวพระองค์ร้าวฉานเพราะผู้หญิงที่ชื่อว่า คามิลล่า ปาร์กเกอร์ โบลส์ คนรักเก่าของเจ้าชาย และยังสงสัยคนอื่นๆอีก ดังจะเห็นได้จากจดหมายส่วนตัวที่เขียนถึงพระสหายว่า เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ต้องการจะสมรสใหม่กับพี่เลี้ยงพระโอรสของพระองค์
ดูเหมือนพระองค์จะหวาดระแวงกับสตรีทุกคนที่แวดล้อมเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์
ในส่วนของเจมส์ ฮิววิตต์ครูสอนขี่ม้านั้น กระซิบกันทั่วพระราชวังว่าน่าจะได้รับอนุญาตจากเบื้องบนแล้ว ความลึกซึ้งนี้มีเผยแพร่เป็นหนังสือผ่านปากคำของเขาเอง เจ้าหญิงไดอาน่าก็มิได้ทรงออกมาปฏิเสธ มีการพูดถึงเขาเสมอมาว่า แท้จริงแล้วเป็นนายทหารผู้นี้เองที่เป็นพ่อของเจ้าชายแฮรี่ แต่นั่นก็เพียงข่าวลือ เจ้าชายแฮรี่ประสูติในปี 1984 ทว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองนั้นมีขึ้นในช่วงปี 1986
ไม่นานจากนั้นพระองค์ทรงหย่าขาดจากพระสวามี สิ้นสุดกันเสียทีกับความรักเทพนิยาย
...

แล้วพระองค์ก็พบรักครั้งใหม่กับศัลยแพทย์หนุ่มชาวปากีสถาน และถูกเรียกขานจากเพื่อนๆว่า “ความรักที่แท้จริงของหล่อน” ฮัสนัท ข่านเป็นมุสลิมอันเคร่งครัด แต่มิเพียงเรื่องศาสนาเท่านั้นที่นำไปสู่ความยุ่งยาก ทั้งความเป็นส่วนตัวที่เขารู้สึกว่าโดนคุกคามมากไปจากสื่อ และเจ้าหญิงเป็นคนบอกเลิกเขา พระองค์เบื่องั้นหรือ? ไม่มีใครตอบได้นอกจากการกระทำในเวลาต่อมา คล้อยหลังเพียงไม่เกินเดือน ไดอาน่าพบรักใหม่อีกครั้งกับโดดี ฟาเยด ลูกอภิมหาเศรษฐีผู้เป็นเจ้าของห้างใหญ่ดังกลางลอนดอน
เจ้าหญิงไดอาน่า พบกับความกดดันทั้งจากภายนอกและภายใน เมื่อวัยเยาว์พระองค์อยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของบิดาและมารดาจนนำไปสู่การเลิกรา ถูกเลี้ยงและโตมาโดยพี่เลี้ยง นักจิตวิทยาลงความเห็นใกล้เคียงกันว่าเหตุเหล่านี้มีผลสืบมาที่ทำให้เธอไม่กล้าพูดความจริงกับใคร และมีบุคลิกสองด้านแบบสุดขั้ว
พระองค์เป็นสมาชิกราชวงศ์ที่นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง ระยะห่างของราชวงศ์กับประชาชนถูกกระชับผ่านพระองค์ที่กระทำตนเยี่ยงสามัญชน แต่ภายหลังเรื่องส่วนตัวของพระองค์ก็ถูกติดตามสืบเสาะเพื่อการค้า ข่าวอย่างเอิกเกริกจน เจ้าหญิงรู้สึกว่าชีวิตนั้นหาความสุขไม่ได้
...

กลางดึก 31 สิงหาคม 1997 โลกก็พบความตกตะลึง ข่าวร้ายเดินทางจากปารีสสู่ลอนดอน เบนซ์สีดำที่มีเจ้าหญิงไดอาน่า,โดดี ฟาเยดคู่รัก, คนขับ และองครักษ์ส่วนตัวของตระกูลฟาเยดประสบอุบัติเหตุรุนแรง หลังจากหลีกการไล่ล่าจนเสียหลักชนและพลิกคว่ำในอุโมงค์ที่ปารีส บรรดาปาปารัสซี่ที่ไล่ตามจับภาพไว้ได้อย่างต่อเนื่อง สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธและราชวงศ์เก็บตัวเงียบในปราสาทที่สกอตแลนด์ ทั่วเกาะอังกฤษเต็มไปด้วยสิ่งที่นักข่าวเรียกว่า “การหลั่งไหลของอารมณ์”
การสอบสวนเกิดขึ้นและสรุปได้ว่า อองรี ปอลคนขับรถมีแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกินค่าที่กฎหมายกำหนด ทว่าโมฮัมหมัด อัล ฟาเยดบิดาของคู่รักเจ้าหญิงเชื่อว่าเป็นการลอบสังหารโดยหน่วย MI-6 ตามคำสั่งของราชสำนัก เป็นไปได้ไหมว่าเหตุนี้เกิดจากการฆาตกรรม คนขับรถหายไปจากโรงแรมเมื่อราว 1 ทุ่มแล้วกลับมาในอีกสองชั่วโมงถัดมา ไม่มีใครรู้ว่าเขาไปไหน แต่ที่แน่ๆไม่มีใครในโรงแรมได้กลิ่นเหล้าจากตัวเขา การที่มีข่าวว่าเจ้าหญิงตั้งครรภ์กับนายฟาเยดอาจทำให้ราชวงศ์หมองมัว
เพียง 10 วันหลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิง หน้าพระราชวังเคนซิงตันมีดอกไม้กองสูงท่วมหัว ถึงขนาดที่ว่าดอกไม้ชั้นล่างส่งกลิ่นเน่าเหม็น มีนักท่องเที่ยวที่นำตุ๊กตาหมีเท็ดดี้แบร์และดอกไม้กลับไปเป็นที่ระลึกถูกปรับและตัดสินจำคุก
7 ปีให้หลัง ในเดือนตุลาคม เดลิมิเลอร์สื่อดังของอังกฤษ ตีพิมพ์จดหมายส่วนตัวที่เจ้าหญิงทรงเขียนด้วยลายพระหัตถ์ไว้ 10 เดือนก่อนจะสิ้นพระชนม์ ทำให้ผู้คนต่างเชื่อว่า ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเป็นฝีมือราชสำนักอย่างแน่นอน
...

“ชีวิตฉันตอนนี้กำลังตกอยู่ในอันตรายมากที่สุด สามีของฉันวางแผนที่จะทำให้รถยนต์ของฉันเกิดอุบัติเหตุ ระบบเบรกจะใช้งาน ไม่ได้ เพื่อที่จะกำจัดฉันให้พ้นทาง และชาร์ลส์จะได้เสกสมรสใหม่...”
เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮรี่ยังคงมีความเคลือบแคลงในการจากไปของพระมารดา ทั้งสองบอกว่า “เวลา 10 ปีที่ผ่านมาช่างผ่านไปช้าและช้าเหลือ เกิน ไม่มีสักวันที่เราจะหยุดคิดว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริง ที่ทำ ให้พระมารดาประสบอุบัติเหตุรถคว่ำจนเสียชีวิต...”
การสิ้นพระชนม์ ยังคาใจผู้คน แม้ว่าจะมีการรื้อคดีมาพิจารณาใหม่อีกรอบ ทว่าผลสรุปคือคนขับดื่มแอลกอฮอล์มากไป และนั่นคือ สาเหตุหลักของอุบัติเหตุ แต่แม้เวลาผ่านไปเนิ่นนาน คนทั่วโลกก็ยังจำภาพของการเสด็จเยี่ยมเยือนและโอบกอดผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอดส์ จนสามารถเปลี่ยนแปลงความเชื่อที่คนต่างหวาดกลัวการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยเอดส์ ทรงรณรงค์ต่อต้านการใช้กับระเบิด ที่ส่งผลตามมาคือการลงนามในสนธิสัญญาออตตาวา
เคยมีภาพยนตร์หลายเรื่องที่นำชีวิตส่วนพระองค์มาถ่ายทอด และเสนอแง่มุมที่ต่างกันไปว่าอะไรคือความจริงแท้ที่สุด เช่นกัน ในเดือนนี้มีภาพยนตร์เรื่อง Diana เรื่องรักที่โลกไม่รู้ ภาพยนตร์สัญชาติอังกฤษ ที่นำชีวิตช่วงสุดท้ายของพระองค์มาเข้าโรงฉายในบ้านเรา นำแสดงโดย นาโอมิ วัตต์ นักแสดงหญิงในการแสดงที่เหมือนตัวเจ้าหญิงไดอาน่าอย่างน่าทึ่ง จนคาดว่าน่าจะคว้ารางวัลออสการ์ไปครองจากบทเจ้าหญิงแห่งเวลส์ในครั้งนี้ เนื้อเรื่องที่เต็มไปด้วยสัมพันธ์แห่งรักก่อนวาระสุดท้ายจะมาเยือน พฤติกรรมปาปารัสซี่ที่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว จนนำไปสู่โศกนาฏกรรม?
หรือแท้จริงแล้วมันมีความซับซ้อนมากกว่านั้น เกินที่เราคนธรรมดาจะล่วงรู้.
โดย... นฤพนธ์ สุดสวาท
ทีมงาน นิตยสาร ต่วย'ตูน